News

ตราบาปใต้เครื่องแบบและทายาทแฝดห้า:

 การกลับมาของอดีตภรรยาที่ฉีกกระชากสิบปีแห่งคำลวง กลางงานศพตระกูลมหาเศรษฐี!

บรรยากาศภายในศาลากวีนิรมิตของวัดหลวงใจกลางกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่ถูกฉาบเคลือบไว้ด้วยความหรูหราและหน้ากากทางสังคม วันนี้คืองานฌาปนกิจศพของ ‘เจ้าสัวทรงพล’ มหาเศรษฐีหมื่นล้านแห่งเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ แขกเหรื่อระดับวีไอพี นักการเมือง และนักธุรกิจชั้นนำต่างมาร่วมไว้อาลัยกันอย่างเนืองแน่น

ที่หน้าหีบศพไม้สักทองแกะสลัก ‘ภควัต’ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ยืนรับแขกด้วยใบหน้าเรียบเฉยในชุดสูทสีดำสนิท ข้างกายเขาคือ ‘รตี’ ภรรยาตามกฎหมายที่พยายามบีบน้ำตาและแสดงบทบาทสะใภ้ผู้แสนดีให้ทุกคนเห็น

สิบปีแล้ว… สิบปีเต็มที่ภควัตใช้ชีวิตอยู่กับความเชื่อที่ว่า เขาได้ตัด ‘ผู้หญิงแพศยา’ คนหนึ่งออกไปจากชีวิตได้อย่างหมดจด ผู้หญิงคนนั้นคือ ‘ดาริน’ อดีตภรรยาที่ถูกรตีแฉด้วยภาพถ่ายและหลักฐานทางการเงินปลอมๆ ว่าเธอลักลอบคบชู้และยักยอกเงินบริษัท ภควัตในวัยหนุ่มที่หยิ่งผยองและเชื่อมั่นในตัวเอง หูเบาและหน้ามืดตามัว เขาไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ดารินได้อธิบาย ไม่ยอมฟังสียงร้องไห้อ้อนวอนของเธอ เขาโยนเสื้อผ้าของเธอทิ้งออกไปกลางสายฝน และตะเพิดไล่เธอราวกับสุนัขข้างถนน โดยไม่รู้เลยว่า… ในวันนั้น ดารินกำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขาอยู่!

“งานใกล้จะเริ่มแล้วนะคะคุณวัต รตีว่าเราไปนั่งประจำที่เถอะค่ะ” รตีกระซิบเสียงหวาน พลางควงแขนสามี

แต่ก่อนที่ภควัตจะก้าวเดิน เสียงเครื่องยนต์ของรถตู้กันกระสุนสีดำขลับสองคันที่ขับเข้ามาจอดเทียบหน้าศาลา ก็ดึงดูดสายตาของทุกคนในงานให้หันไปมอง ทหารรักษาพระองค์ในชุดเต็มยศก้าวลงมาเปิดประตูรถ ตามมาด้วยเสียงรองเท้าคอมแบทที่กระทบพื้นหินอ่อนดังก้องกังวานเป็นจังหวะหนักแน่น

วินาทีที่บุคคลปริศนาก้าวลงมาจากรถ บรรยากาศในงานศพก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับถูกแช่แข็ง!

ผู้ที่ปรากฏตัวคือ ‘พันเอกหญิง ดาริน’ ในชุดเครื่องแบบทหารบกเต็มยศประดับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติเต็มหน้าอก บนบ่าของเธอประดับยศพันเอกที่แสดงถึงอำนาจและบารมี ใบหน้าที่เคยอ่อนหวานและเต็มไปด้วยน้ำตาในอดีต บัดนี้เชิดหยิ่ง เยือกเย็น และสง่างามดุจพญาหงส์ที่ผ่านการชุบตัวจากกองไฟ

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของภควัตกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น ไม่ใช่เครื่องแบบหรือยศถาบรรดาศักดิ์ของอดีตภรรยา ทว่าคือ… ‘เด็กน้อยห้าคน’ วัยเก้าขวบเศษ ที่ก้าวลงมาจากรถและยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่เคียงข้างเธอ!

เด็กชายสามคนในชุดสูททักซิโด้สีดำตัวจิ๋ว และเด็กหญิงสองคนในชุดเดรสสีดำเรียบร้อย ทั้งห้าคนยืนตัวตรงด้วยท่วงท่าสง่างามที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ทว่าสิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ โดยเฉพาะสายตาของภควัต คือ ‘ใบหน้า’ ของเด็กเหล่านั้น

ภควัตเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายสูงใหญ่ของเขาสั่นสะท้านและใบหน้าหล่อเหลาก็ซีดเผือดลงฉับพลันราวกับเห็นผี!

เด็กทั้งห้าคน… มีโครงหน้า จมูกโด่งเป็นสัน และทฤษฎีดวงตาที่คมกริบดุดัน ‘เหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว!’ โดยเฉพาะเด็กชายคนโตที่ยืนอยู่ริมสุด จังหวะการขมวดคิ้วและรูปกรามที่ชัดเจนนั้น คือกระจกสะท้อนภาพของภควัตในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!

นี่คือหลักฐานที่มีชีวิต! หลักฐานของชีวิตที่เขาปฏิเสธที่จะสืบหาความจริง ปล่อยให้มันหลุดลอยไปในคืนฝนตกเมื่อสิบปีก่อน!

“ด… ดาริน…” ภควัตครางชื่อนั้นออกมาเสียงแผ่ว ลำคอของเขาแห้งผาก ขาที่เคยก้าวอย่างมั่นคงบัดนี้ไร้เรี่ยวแรง

รตีที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าถอดสี มือของเธอสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนเก็บอาการไม่อยู่ เธอรีบพุ่งตัวออกไปชี้หน้าดาริน “นังดาริน! แกมาทำไม! แกหน้าด้านพาเด็กเหลือขอพวกนี้มางานศพคุณพ่อทำไม รปภ.! มาลากตัวนังนี่กับลูกชู้ของมันออกไปเดี๋ยวนี้!”

“หุบปากสกปรกของเธอเดี๋ยวนี้ รตี!”

น้ำเสียงทรงอำนาจของพันเอกหญิงดารินตวาดลั่นจนรตีสะดุ้งสุดตัว ดารินไม่ได้มองรตีด้วยซ้ำ เธอเดินนำเด็กทั้งห้าคนฝ่าฝูงชนตรงเข้ามาหาภควัตที่ยืนตัวแข็งทื่อ

“ผมพาลูกๆ มาไหว้คุณปู่… ตามคำสั่งเสียสุดท้ายของท่าน” ดารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่กรีดลึกถึงกระดูกของคนฟัง

“ค… คำสั่งเสีย… ของคุณพ่อ?” ภควัตละล่ำละลัก “นี่มันเรื่องอะไรกัน ดาริน… เด็กพวกนี้…”

“เด็กพวกนี้คือ ‘แฝดห้า’ ที่เกิดจากสายเลือดของตระกูลแกไงล่ะ ภควัต!” ดารินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของอดีตสามี “เด็กที่แกไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน เพราะในวันที่ฉันพยายามจะบอกแก แกกลับเลือกที่จะเชื่อรูปถ่ายโง่ๆ ไม่กี่ใบ และคำตอแหลของผู้หญิงแพศยาข้างตัวแก โดยไม่แม้แต่จะฟังคำอธิบายของฉัน!”

แขกเหรื่อในงานเริ่มซุบซิบกันเสียงขรม ภควัตมองหน้าเด็กทั้งห้าคนที่จ้องมองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรักหรือความผูกพันใดๆ เด็กชายคนโตมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นท่าทางที่ภควัตมักจะทำเสมอเมื่อเหยียดหยามคนอื่น

“คุณพ่อคะ… คุณปู่ท่านรู้เรื่องลูกของดารินเหรอคะ?” รตีพยายามแทรกตัวเข้ามา เกาะแขนภควัตแน่น “อย่าไปเชื่อมันนะคะคุณวัต! มันต้องไปเอาเด็กที่ไหนมาศัลยกรรมหน้าให้เหมือนคุณเพื่อหวังจะฮุบมรดกแน่ๆ!”

ดารินเหยียดยิ้มเย็นชา เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทเครื่องแบบทหาร ดึง ‘ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกประทับตราครั่งสีแดง’ ออกมา แล้วฟาดมันลงบนแผงอกของภควัตอย่างแรงจนเขาต้องรีบคว้าเอาไว้

“เปิดดูสิ ภควัต… เปิดดูความโง่เขลาของตัวเอง ที่ทำให้แกต้องสูญเสียทุกอย่างตลอดสิบปีที่ผ่านมา”

ภควัตมือสั่นเทาขณะฉีกซองเอกสารนั้นออก สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือ ‘ผลการตรวจดีเอ็นเอ’ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติห้าฉบับ ที่ระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างเขากับเด็กทั้งห้าคนว่าตรงกัน 99.99%!

แต่สิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงมา คือเอกสารปึกที่สอง… มันคือ ‘จดหมายและพินัยกรรมฉบับจริง’ ที่เขียนด้วยลายมือของเจ้าสัวทรงพล ผู้เป็นพ่อของเขาเอง!

“ถึง ภควัต ลูกชายที่โง่เขลาที่สุดของฉัน… ถ้าแกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าฉันได้ตายไปแล้ว และดารินได้กลับมาทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง… สิบปีก่อน แกไล่เมียที่ดีที่สุดออกจากบ้านเพราะความหูเบา แต่แกมันโง่ที่ไม่รู้ว่า รตีเมียใหม่ของแก ลักลอบโอนเงินบริษัทไปบำเรอชู้รักของมันมาตลอดสิบปี! รูปถ่ายพวกนั้นมันก็จ้างคนทำปลอมขึ้นมา ฉันรู้ความจริงทั้งหมดหลังจากที่แกไล่ดารินไปแล้ว… ฉันเป็นคนส่งเสียดารินอย่างลับๆ สนับสนุนให้เธอสอบเข้ากองทัพ และดูแลหลานแฝดทั้งห้าคนของฉันจนเติบโตอย่างงดงาม… ฉันขอสั่งปลดแกออกจากตำแหน่งประธานบริษัท และขอยกมรดก 90% ของตระกูลให้กับหลานแฝดทั้งห้าคน โดยมีพันเอกหญิงดารินเป็นผู้จัดการมรดก ส่วนอีก 10% ฉันจะให้แก ก็ต่อเมื่อแกเซ็นใบหย่าและไล่นังรตีออกจากบ้านตัวเปล่า! ทรัพย์สินทุกอย่างที่นังรตียักยอกไป ดารินมีหลักฐานทั้งหมดที่จะส่งมันเข้าคุก!”

พรึ่บ!

กระดาษในมือของภควัตหลุดร่วงลงสู่พื้น ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงคุกเข่าต่อหน้าดารินและเด็กทั้งห้า เขารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงที่ถูกปิดตายมาหนึ่งทศวรรษถูกเปิดเปลือยอย่างโหดร้าย เขามองไปที่รตีที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มและกำลังพยายามจะวิ่งหนี แต่ถูกทหารของดารินล็อคตัวเอาไว้

“รตี… นี่แก… แกหลอกฉันมาตลอดสิบปีเลยเหรอ!” ภควัตคำรามลั่น น้ำตาแห่งความสมเพชตัวเองไหลทะลักออกมา เขาหันไปหาดาริน เอื้อมมืออันสั่นเทาหมายจะจับชายเสื้อของเธอ “ดาริน… ริน… ผมขอโทษ! ผมมันโง่! ผมมันตาบอดเอง! รินให้โอกาสผมนะ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ… ให้ผมได้ชดใช้ให้คุณกับลูก…”

ดารินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว หลบเลี่ยงสัมผัสของเขาด้วยความรังเกียจ

“แกไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่า ‘พ่อ’ กับลูกของฉัน ภควัต” น้ำเสียงของเธอเด็ดขาดและไร้ความปรานี “สิบปีที่ฉันต้องอุ้มท้องลูกห้าคนอย่างโดดเดี่ยว สิบปีที่ฉันต้องกัดฟันสู้เพื่อไต่เต้าขึ้นมาในกองทัพให้ได้เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำลูกของฉันได้อีก… แกไปอยู่ที่ไหน! ตอนที่ลูกป่วย แกเสวยสุขอยู่กับผู้หญิงแพศยาคนนี้!”

ดารินก้มหน้าลงมองอดีตสามีที่กำลังสะอื้นไห้อย่างน่าสมเพช สายตาของเธอว่างเปล่าราวกับมองเศษซากธุลี

“วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องความรักจากแก ฉันมาเพื่อทำหน้าที่ส่งวิญญาณคุณพ่อท่านเป็นครั้งสุดท้าย… และมาเพื่อ ‘ทำลาย’ ชีวิตจอมปลอมที่แกหวงแหนนักหนา!” ดารินหันไปพยักหน้าให้เด็กทั้งห้าคน “พชร ภวินท์ รวิชา อคิราห์ ชวิน… ไหว้ลาคุณปู่สิลูก แล้วเราจะกลับกัน”

เด็กทั้งห้าคนก้มลงกราบหีบศพของเจ้าสัวทรงพลอย่างงดงามและพร้อมเพรียง โดยไม่แม้แต่จะชายตามองภควัตที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายเรียกชื่อพวกเขา

ดารินหมุนตัวหันหลังเดินกลับไปที่รถตู้กันกระสุน เสียงรองเท้าคอมแบทของเธอยังคงหนักแน่นและสง่างามดุจเดิม ทิ้งให้ภควัตต้องคุกเข่าอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของชีวิตที่เขาเป็นคนทำลายมันด้วยมือของเขาเอง สิ้นสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง… ไร้เกียรติยศ ไร้ครอบครัว ไร้ซึ่งโอกาสที่จะได้รับความรักจากสายเลือดที่แท้จริงของตนเองไปจนชั่วชีวิต!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!